วิสัยทัศน์
     เป็นผู้นำเชิงยุทธศาสตร์ในการยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลภาครัฐ
บนหลักของระบบคุณธรรม เพื่อประสิทธิผลของราชการ 

ข้อมูล ก.พ.  >  ข่าวประชาสัมพันธ์  >  ข่าวกิจกรรม  >  สำนักงาน ก.พ. กำหนด 17 - 30 เมษายน 2551 ยื่นใบสมัคร "โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด" อย่างเป็นทางการ

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

รายการข้อมูลข่าวประชาสัมพันธ์

สำนักงาน ก.พ. กำหนด 17 - 30 เมษายน 2551 ยื่นใบสมัคร "โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด" อย่างเป็นทางการ
PDF
พิมพ์
อีเมล

สำนักงาน ก.พ.จัดโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด รับสิทธิประโยชน์เงินก้อน 8 -15 เท่าของเงินเดือน หนึ่งในการปรับแผนกำลังคนภาครัฐ เพื่อขนาดและคุณภาพที่เหมาะสม สอดคล้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลภาครัฐแนวใหม่ เปิดรับสมัคร 17-30 เมษายน 2551
หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเกี่ยวกับมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ หรือ โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กำลังคนของภาครัฐมีขนาดและคุณภาพที่เหมาะสม สอดคล้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลภาครัฐแนวใหม่ โดยล่าสุดในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งที่ 2/2551 เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2551 ได้มีมติให้วันที่ 17 - 30 เมษายน 2551 เป็นกำหนดระยะเวลาการเปิดรับสมัครข้าราชการที่มีวัตถุประสงค์ที่จะเข้าร่วมโครงการดังกล่าว 

นายปรีชา วัชราภัย เลขาธิการ ก.พ. กล่าวว่า “ทางสำนักงาน ก.พ.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิเศษสำหรับโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อพิจารณาการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุมัติให้กับข้าราชการที่เข้าร่วมโครงการ รวมทั้งการพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อคุณสมบัติของผู้สมัคร เพื่อป้องกันเหตุแห่งความเสียหายที่จะเกิดขึ้นขององค์กรภาครัฐในอนาคต ซึ่งคณะกรรมการจะทำหน้าที่ในการพิจารณาบนพื้นฐานของประโยชน์ทางราชการเป็นหลัก โดยโครงการดังกล่าวจะมีกรอบระยะเวลาของการดำเนินการต่างๆดังนี้ 

17-30 เม.ย. 2551 จะเป็นช่วงเวลาของการเปิดรับสมัครข้าราชการทุกสายงานที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมโครงการ 

26-30 พ.ค. 2551 กำหนดให้เป็นช่วงเวลาที่สามารถถอนใบสมัครในกรณีที่เปลี่ยนความประสงค์ 

มิ.ย. 2551 คณะกรรมการพิจารณาการลาออก และแจ้งจำนวนรายละเอียดของผู้ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการ พร้อมจัดทำประมาณการงบประมาณ (งบบุคลากร) ต่อสำนักงาน ก.พ. 

ก.ย. 2551 คณะกรรมการออกคำสั่งให้เลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปี และคำสั่งอนุญาตให้ออกจากราชการ พร้อมทั้งแจ้งผลการพิจารณาให้กรมบัญชีกลางและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ 

ต.ค. 2551 ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ลาออกตามโครงการ สามารถลาออกและสิ้นสุดการเป็นข้าราชการ พร้อมทั้งดำเนินการเบิกจ่ายเงินก้อนบำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นที่เกี่ยวข้อง 

ทั้งนี้ได้กำหนดคุณสมบัติของข้าราชการทุกสายงานที่มีวัตถุประสงค์จะสมัครเข้าร่วมโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด ไว้ดังนี้ 

1. ต้องมีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป หรือมีเวลาราชการตั้งแต่ 25 ปี ขึ้นไป (ไม่รวมเวลาทวีคูณ) นับถึงวันก่อนออกจากราชการตามมาตรการ (วันที่ 30 กันยายน 2551) 

2. มีเวลาราชการเหลือ 1 ปี ขึ้นไป นับตั้งแต่วันที่ออกจากราชการตามมาตรการฯ ( 1 ตุลาคม 2551 ) 

3. ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกสั่งพักราชการ ถูกสอบสวนหรือสอบหาข้อเท็จจริงทางวินัย พิจารณาโทษทางวินัย รายงานการลงโทษทางวินัย หรือพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งลงโทษทางวินัย หรือเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา ซึ่งมิใช่ความผิดลหุโทษหรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท 

4. ไม่เป็นผู้ซึ่งอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะต้องออกจากราชการไม่ว่ากรณีใด ๆ ตามกฎหมาย เช่น ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณา ถูกสั่งลงโทษปลดออกหรือไล่ออก หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการเนื่องจากไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล ในระดับอันเป็นที่น่าพอใจของทางราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 ประกอบกับมาตรา 131 และมาตรา 132 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 

5. ถ้าเป็นผู้ที่อยู่ระหว่างปฎิบัติราชการชดใช้ตามสัญญาที่ได้ทำไว้กับส่วนราชการในการไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฎิบัติการวิจัย จะต้องปฎิบัติราชการชดใช้มาแล้วไม่น้อยกว่าระยะเวลาศึกษา ฝึกอบรม หรือปฎิบัติการวิจัย และจะต้องยินยอมชดใช้เงินตามสัญญาผูกพันที่ได้ทำไว้กับราชการ สำหรับเวลาที่ยังปฎิบัติราชการชดใช้ไม่ครบ
 

อย่างไรก็ตามผู้ได้รับอนุญาตให้ออกจากราชการตามมาตรการที่กำหนดไว้ จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ยื่นใบสมัครจนถึงกระทั่งถึงวันที่ได้รับอนุญาตให้ออกจากราชการ ส่วนด้านสิทธิประโยชน์ต่างๆที่ผู้เข้าร่วมมาตรการของโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด พึงจะได้รับมีดังนี้ 

สิทธิประโยชน์ที่เป็นเงินก้อน 8-15 เท่าของเงินเดือนรวมเงินประจำตำแหน่ง(ถ้ามี) ตามเวลาราชการที่เหลือ(ปี) นอกจากสิทธิประโยชน์ดังกล่าวแล้ว ข้าราชการที่เข้าร่วมโครงการยังมีสิทธิในประโยชน์อื่นๆอีก อาทิ ได้รับการยกเว้นภาษีเงินก้อนที่ได้รับตามมาตรการฯ และในส่วนของเงินที่ได้รับจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) รวมทั้งไม่ต้องชดใช้ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปกติกับเงินกู้ตามพระราชกฤษฎีกาสวัสดิการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ.2535 อีกทั้งยังได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีเสมือนข้าราชการผู้ออกจากราชการด้วยเหตุเกษียณอายุราชการ มีสิทธิขอรับการพิจารณาจัดสรรวงเงินกู้ยืมจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย รวมทั้งมีสิทธิได้รับการพิจารณาเพื่อรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ด้วย
 
จำนวนผู้เข้าชม: 279
  • สมัครสมาชิก

เมนู

หน้าหลัก

การบริหารทรัพยากรบุคคล

การพัฒนาข้าราชการ

คุณธรรมจริยธรรม

เส้นทางสู่อาชีพราชการ

ทุนรัฐบาล

การศึกษาต่อต่างประเทศ

เครือข่าย

คลังความรู้


สอบเข้ารับราชการ

เส้นทางสู่อาชีพราชการ

ทุน

การสอบแข่งขันเพื่อรับทุนรัฐบาล

สมัครทุน

ฝึกอบรม

 หลักสูตร นบส.
 สมัครหลักสูตรการพัฒนาผู้นำคลื่นลูกใหม่ในราชการไทย

รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล

ไมโครไซต์

ศูนย์บริหารการรวมกลุ่มฯ
การพัฒนาคุณภาพชีวิตข้าราชการ
Thai HR Hub
โครงการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการจัดทำจรรยาข้าราชการ

เฉพาะเจ้าหน้าที่
สำนักงาน ก.พ.

Check e-mail
โปรแกรมระบบ DPIS

ระบบโปรแกรม

โปรแกรมประเมินคุณธรรม Online
ระบบข้าราชการลาศึกษา
 โปรแกรมระบบประเมินค่างาน
 ระบบสารสนเทศข้าราชการพลเรือนสามัญระดับสูง (iSCS)
 ระบบสารสนเทศพนักงานราชการ

ลิงค์

รัฐบาลไทย
ส่วนราชการ
หน่วยงาน/โครงการอื่นๆ
สำนักงานผู้ดูแลนักเรียน
ในต่างประเทศ

หน่วยงาน ก.พ. ต่างประเทศ

- - - - - - - - - - - - - - - -

เว็บไซต์กลางบริการอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ
มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด

ประชาสัมพันธ์

แบบสำรวจความคิดเห็นฯ
เกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคล
ของข้าราชการ ประจำปี 2556

แบบสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้
อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย
ปี 2556

รับฟัง/รับแจ้ง

สายด่วนของรัฐบาล
 การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
 รับฟังความคิดเห็นด้าน
กฎหมายไทย

  รับแจ้งเว็บไซต์ไม่เหมาะสม

       

[ ดูแบนเนอร์ทั้งหมด ]