|
ภายหลังการปรับเปลี่ยนโครงสร้างส่วนราชการตามการปฏิรูประบบ ราชการ เมื่อปี พ.ศ.2545 สำนักงาน ก.พ. ได้นำระบบลูกจ้างสัญญาจ้างเดิมมาปรับปรุงรูปแบบการจ้างงานในหน่วยงานภาครัฐ ให้มีความหลากหลายและยืดหยุ่นมากขึ้น รวมทั้งขยายผลให้มีความหลากหลายของรูปแบบการจ้างงานในส่วนของการจ้างผู้ทรง คุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญทั้งชาวไทยและต่างประเทศ โดยได้เปลี่ยนชื่อจาก “ลูกจ้างสัญญาจ้าง” เป็น “พนักงานราชการ” เพื่อดึงดูดใจและแสดงสถานะที่ชัดเจน ตลอดจนการวางระบบบริหารงานบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่เรื่องการกำหนดลักษณะงาน ตำแหน่ง และกรอบอัตรากำลัง การกำหนดค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ การสรรหาและเลือกสรร และการประเมินผลการปฏิบัติงาน ภายใต้หลักการบริหารทรัพยากรบุคคลที่สำคัญ คือ หลักสมรรถนะ (Competency) หลักผลงาน (Performance) และหลักคุณธรรม (Merit) ตลอดจนมอบอำนาจให้ส่วนราชการบริหารจัดการเอง เพื่อให้สอดคล้องกับการบริหารภาครัฐแนวใหม่ ดังนั้นระเบียบ หลักเกณฑ์และวิธีการต่างๆ จึงกำหนดไว้อย่างกว้าง ฯ เพื่อให้ส่วนราชการมีความอิสระและยืดหยุ่น
กลไกของระบบพนักงานราชการประกอบด้วยคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ (คพร.) ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ และคณะอนุกรรมการบริหารพนักงานราชการ (อ.คพร.) ทำหน้าที่แทน คพร. ในด้านต่าง ๆ จำนวน 3 คณะ ได้แก่ คณะที่ 1 ด้านการกำหนดลักษณะงานกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ คณะที่ 2 ด้านการสรรหาและเลือกสรร และการประเมินผลการปฏิบัติงาน คณะที่ 3 ด้านกฎหมายและวินัย
พนักงานราชการ หมายถึง บุคคลซึ่งได้รับการจ้างตามสัญญาจ้างโดยได้รับค่าตอบแทนจากงบประมาณของส่วนราชการ เพื่อเป็นพนักงานของรัฐในการปฏิบัติงานให้กับส่วนราชการนั้น
1. พนักงานราชการทั่วไป ได้แก่ พนักงานราชการซึ่งปฏิบัติในลักษณะเป็นงานประจำทั่วไป ประกอบด้วย 5 กลุ่ม คือ 1.1 กลุ่มงานบริการ 1.2 กลุ่มงานเทคนิค 1.3 กลุ่มงานบริหารทั่วไป 1.4 กลุ่มงานวิชาชีพเฉพาะ 1.5 กลุ่มงานเชี่ยวชาญเฉพาะ
2. พนักงานราชการพิเศษ ได้แก่ พนักงานราชการซึ่งปฏิบัติงานในลักษณะที่ต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญสูงมากเป็นพิเศษ ปฏิบัติงานในเรื่องที่มีความสำคัญและจำเป็นเฉพาะเรื่องของส่วนราชการ มี 1 กลุ่ม คือ กลุ่มงานเชี่ยวชาญพิเศษ
ลักษณะงานและคุณสมบัติเฉพาะของกลุ่มงาน
เพื่อให้การกำหนดลักษณะงานและคุณสมบัติเฉพาะของกลุ่มงานเป็นระบบและเป็นมาตรฐานสำหรับการดำเนินการบริหารงานบุคคลที่เกี่ยว ข้อง คพร. จึงกำหนดลักษณะงานและคุณสมบัติเฉพาะของกลุ่มงาน ดังนี้
|
การจัดทำกรอบอัตรากำลัง
ส่วนราชการจะต้องทำกรอบอัตรากำลังที่มีระยะเวลา 4 ปี โดยพิจารณาถึงการใช้กำลังคนในภาพรวมของส่วนราชการ ให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับความจำเป็นตามภารกิจและยุทธศาสตร์ของส่วนราชการ
ขั้นตอนการจัดทำกรอบอัตรากำลัง
| 1. |
สำรวจภารกิจและอัตรากำลังมีอยู่ในปัจจุบัน ตามแบบสำรวจ |
| 2. | ตรวจสอบภารกิจตาม ข้อ 1 โดยการวิเคราะห์ภารกิจและการใช้กำลังคน ดังนี้ |
| 3. |
แยกภารกิจที่ได้ตาม ข้อ 2 ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ภารกิจหลัก ภารกิจรอง และภารกิจสนับสนุน ตามแนวคิดในการจัดอัตรากำลังตามภารกิจ ดังนี้ ภารกิจหลัก หมายถึง งานตามกฎหมาย หรืองานกำหนดนโยบาย หรืองานที่ทำเพื่อความคงอยู่ขององค์กรตามบทบาทภารกิจของหน่วยงาน ผู้ปฏิบัติควรเป็นข้าราชการประมาณไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ที่เหลือเป็นพนักงานราชการหรือจ้างเหมา ภารกิจรอง หมายถึง งานที่ทำเพื่อสนับสนุนภารกิจหลัก หรือการนำนโยบายไปปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติควรเป็นข้าราชการประมาณไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ที่เหลือเป็นพนักงานราชการหรือจ้างเหมา ภารกิจสนับสนุน หมายถึง งานด้านธุรการและบริการผู้ปฏิบัติควรเป็นข้าราชการประมาณไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ที่เหลือเป็นพนักงานราชการหรือจ้างเหมา |
| 4. |
จัดทำตารางภารกิจและจำนวนกำลังคนที่ใช้ตาม ข้อ) 4 โดยแยกเป็นข้าราชการ พนักงานราชการอื่น ๆ ตามแบบฟอร์ม |
| 5. |
แสดงจำนวนอัตรากำลังพนักงานราชการจาก ข้อ 5 แยกตามกลุ่มลักษณะงาน เป็นกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการตามบัญชีกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการ |
| 6. | เสนอกรอบอัตรากำลังที่ทำเสร็จแล้วต่อ อ.ก.พ. กระทรวง หรือคณะกรรมการที่ทำหน้าที่คล้าย อ.ก.พ. กระทรวงพิจารณาให้ความเห็นชอบ |
| 7. | เมื่อ อ.ก.พ. กระทรวงให้ความเห็นชอบแล้ว ส่งเรื่องมาที่สำนักงาน ก.พ. เพื่อเสนอต่อ คพร. พิจารณา |
| 8. | เมื่อส่วนราชการได้รับแจ้งมติ คพร. ที่เห็นชอบกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการแล้ว สามารถดำเนินการบริหารอัตรากำลังพนักงานราชการได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ คพร. กำหนด ตามงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร |
![]() |
หลักเกณฑ์การสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการทั่วไป |
|
|
|
| http://www.ocsc.go.th/project/pdf/GovEmp_HB/Chp3.pdf (92-93) | |
|
|
|
| http://www.ocsc.go.th/project/pdf/GovEmp_HB/Chp3.pdf (68-73) | |
|
|
|
|
|
|
| http://www.ocsc.go.th/project/pdf/GovEmp_HB/Chp3.pdf (83-91) | |
![]() |
หลักเกณฑ์การสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการพิเศษ |
| การทำสัญญาจ้าง |
| 1. | ส่วนราชการทำสัญญาจ้างผู้ผ่านการเลือกสรร ด้วยแบบสัญญาจ้างตามที่กำหนด โดยมีระยะเวลาตามความจำเป็นหรือความเหมาะสมกับภาระงาน เช่น 2 เดือน 3 เดือน หรือ 2 ปี 3 ปี แต่ต้องไม่เกิน 4 ปี |
| 2. |
ให้กรอกข้อความ หรือจัดทำรายละเอียดต่างๆ ในสัญญาจ้างให้ชัดเจน ครบถ้วน และสมบูรณ์ ทั้งนี้เพราะในระบบพนักงานราชการ ส่วนราชการ จะต้องใช้สัญญาจ้างในการบริหารจัดการพนักงานราชการตลอดอายุสัญญา |
| 3. | หัวหน้าส่วนราชการ หรือผู้ที่หัวหน้าส่วนราชการมอบหมายเป็นผู้ลงนามในสัญญาจ้างในฐานะส่วนราชการ กับคู่สัญญา คือ พนักงานราชการ |
| 4. | ส่วนราชการต้องควบคุม หรือดูแลการปฎิบัติตามสัญญาจ้างในระหว่างสัญญา |
| 5. |
กรณีที่สัญญาจ้างของพนักงานราชการสิ้นสุด และส่วนราชการมีภาระ ที่จำเป็นต้องต่อสัญญา ส่วนราชการต้องทำสัญญาจ้างใหม่ตามแนวทางของการทำสัญญาจ้างในครั้งแรก โดยให้เป็นไปตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการประเมินผลการปฎิบัติงานตามประกาศ ค.พ.ร. เรื่องแนวทาง การประเมินผลการปฎิบัติงานของพนักงานราชการ |
การประเมินผลการปฏิบัติงานสำหรับพนักงานราชการ
พนักงานราชการทั่วไป
| แนว ทางการประเมินผลการปฏิบัติงานสำหรับพนักงานราชการในกลุ่มงานบริการ กลุ่มงานเทคนิค กลุ่มงานบริหารทั่วไป กลุ่มงานวิชาชีพเฉพาะ และกลุ่มงานเชี่ยวชาญพิเศษ มีดังนี้ |
| 1. | ผู้ ประเมิน ได้แก่ ผู้บังคับบัญชาชั้นต้น ที่เป็นผู้มอบหมายงาน และหรือ ผู้กำกับดูแลพนักงานราชการ โดยมีผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปอีก 1 ระดับ หรือ 2 ระดับเป็นผู้กลั่นกรองผลการประเมินของผู้บังคับบัญชาชั้นต้น |
| 2. |
คณะ กรรมการกลั่นกรองการประเมินผลการปฏิบัติงาน มีหน้าที่ในการกลั่นกรองการประเมินผลการปฏิบัติงานให้เกิดความเป็นธรรมจาก การใช้ดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชา ประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน หัวหน้าหน่วยงานที่มีพนักงานราชการปฏิบัติงานอยู่หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นกรรมการ และผู้ปฏิบัติงาน ด้านการเจ้าหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการ |
| 3. | ระยะเวลาการประเมิน ปีละ 2 ครั้งตามปีงบประมาณ ได้แก่ ครั้งที่ 1(1 ตุลาคม ถึง 31 มีนาคม) และ ครั้งที่ 2 (1 เมษายน ถึง 30 กันยายน) |
| 4. | องค์ ประกอบในการประเมิน ประกอบด้วย ผลงาน และคุณลักษณะในการปฏิบัติงาน โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบหรือผลผลิตที่กำหนดในสัญญา จ้าง |
| 5. |
สัดส่วนของผลงานและคุณลักษณะ มีสัดส่วนของผลงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 |
ตัวอย่างแบบประเมินผลการปฏิบัติงานพนักงานราชการ ![]()
พนักงานราชการพิเศษ
| แนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงานสำหรับพนักงานราชการพิเศษ มีดังนี้ |
| 1. | ผู้ประเมิน ได้แก่ ผู้รับผิดชอบงานหรือโครงการ และหัวหน้าส่วนราชการ |
| 2. | องค์ ประกอบในการประเมิน ประกอบด้วย ผลการปฏิบัติงานตามเป้าหมายและคุณลักษณะในการปฏิบัติงาน โดยได้กำหนดสัดส่วนของผลงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 |
| 3. | ระยะ เวลาการประเมิน ส่วนราชการเป็นผู้กำหนดว่าจะประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานราชการพิเศษ อย่างไร เช่น ประเมินเป็นระยะ ๆ เดือนละครั้ง หรือสองเดือนครั้ง ฯลฯ |
ตัวอย่างแบบประเมินผลการปฏิบัติงานพนักงานราชการพิเศษ ![]()
คำอธิบายการกรอบแบบประเมินผลการปฏิบัติงาน ![]()
ตัวอย่างการกำหนดมาตรฐานการประเมินคุณลักษณะของพนักงานราชการ ![]()
ดาวน์โหลด
คู่มือการบริหารงานพนักงานราชการ
![]() |
|
เอกสารนำเสนอในการประชุมชี้แจงส่วนราชการ เรื่อง ระบบพนักงาน|
|
ข้อมูลเปรียบเทียบเจ้าหน้าที่ของรัฐ 5 ประเภท |
|
|
ระบบตำแหน่ง |
|
|
ระบบค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ |
|
|
ระบบสรรหาและเลือกสรร |
|
|
การประเมินผลการปฏิบัติงาน |
|
|
วินัยและสัญญาจ้าง |
แบบรายงานการทำสัญญาจ้างพนักงานราชการ
แบบรายงานผลการบริหารพนักงานราชการ
แบบรายงานการดำเนินการจ้างพนักงานราชการ
แบบรายงานผลการดำเนินการจ้างพนักงานราชการ || ตัวอย่างไฟล์รายงานข้อมูลมาตรฐานระบบสารสนเทศพนักงานราชการ
แบบรายงานผลการดำเนินการจ้างพนักงานราชการปีงบประมาณ 2551
ตัวอย่างใบสมัครสำหรับพนักงานราชการทั่วไป
ตัวอย่างแบบประเมินผลการปฏิบัติงานพนักงานราชการทั่วไป
ตัวอย่างแบบประเมินผลการปฏิบัติงานพนักงานราชการพิเศษ
ตัวอย่างการกำหนดมาตรฐานการประเมินคุณลักษณะ | หลักเกณฑ์ทั่วไป |
| 0 2547 1000 ต่อ 6626 |
| 0 2547 1000 ต่อ 6625 |
| 0 2547 1000 ต่อ 6629 |
| โทรสาร 0 2547 1437 |
| การสรรหาและเลือกสรร |
| 0 2547 1000 ต่อ 8740 |
| 0 2547 1000 ต่อ 8718 |
| โทรสาร 0 2547 1346 |
| การประเมินผลการปฏิบัติงาน |
| 0 2547 1000 ต่อ 8828 |
| กฎหมายและวินัย |
| 0 2547 1000 ต่อ 8869 |
คลิ๊กที่นี่ *** ระเบียบ ประกาศ และหนังสือเวียนระบบพนักงานราชการ ***
* NEW!! เรื่อง รายงานผลการดำเนินการจ้างพนักงานราชการประจำปี NEW!!
* เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติของระบบพนักงานราชการ (นร 1008.5/236 ลว 28 กันยายน 2555)