ค้นหาข้อมูล
สำนักงาน ก.พ.

การสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “ยุทธศาสตร์การฟื้นฟูประเทศไทย” โครงการพัฒนานักบริหารระดับสูง : ผู้บริหารส่วนราชการ (นบส.2) ประจำปี พ.ศ. 2559

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม 2559 ณ หอประชุมสุขุมนัยประดิษฐ สำนักงาน ก.พ. จัดสัมมนาเชิงวิชาการ หรือ Annual Forum ซึ่งเป็นกิจกรรมในหลักสูตร นบส.2 รุ่นที่ 8 ภายใต้หัวข้อ “ยุทธศาสตร์การฟื้นฟูประเทศไทย” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้นำภาครัฐได้ตระหนักถึงสภาพการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสภาพแวดล้อม ทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลกที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศไทย อีกทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมและสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชน ให้สามารถแข่งขันได้ในประชาคมโลก โดยมีนายวิสูตร ประสิทธิ์ศิริวงศ์ เลขาธิการ ก.พ. ให้การต้อนรับและกล่าวแก่ผู้เข้าร่วมงานว่า “ด้วยสภาพความเป็นไปในโลกยุคปัจจุบัน ที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี สังคม สภาพแวดล้อมและการเมือง ทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และในระดับโลก ในแต่ละประเทศต่างมีความตื่นตัวและมีความพยายามในการปรับเปลี่ยนและฟื้นฟูการพัฒนาคนในประเทศ ให้มีความรู้เท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลงและมีความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างความพร้อมให้กับผู้นำภาครัฐ ในการมีส่วนร่วมต่อการพัฒนาประเทศให้ก้าวไปสู่การปรับเปลี่ยนประเทศไทยในอนาคตอย่างเหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว”

และกล่าวถึงการจัดสัมมนาฯ ในครั้งนี้ว่า ในฐานะที่สำนักงาน ก.พ. เป็นหน่วยงานกลางในการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ ได้จัดดำเนินการพัฒนาผู้นำในภาคราชการอย่างต่อเนื่องในทุกระดับ อาทิ การพัฒนาข้าราชการผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง หรือ HiPPs หลักสูตรการพัฒนาผู้นำคลื่นลูกใหม่ในราชการไทย หรือ New Wave Leader หลักสูตรพัฒนานักบริหารระดับสูง : ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และคุณธรรม หรือ นบส.1 หลักสูตรพัฒนานักบริหารระดับสูง : ผู้บริหารส่วนราชการ หรือ นบส.2 ซึ่งหลักสูตรเหล่านี้เป็นเหมือนเส้นทางในการสร้างผู้นำมืออาชีพให้กับภาคราชการ การจัดกิจกรรมสัมมนาฯ นี้ จึงเป็นโอกาสเสริมสร้างให้ได้เพิ่มพูนความรู้ พัฒนามุมมอง และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน เพื่อประโยชน์ในการสร้างความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อสังคมและประเทศชาติ

จากนั้น นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เกียรติกล่าวปาฐกถาพิเศษว่า ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมได้วางแผนให้โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของประเทศไทยทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ ทางอากาศ และรถไฟฟ้า เพื่อประสิทธิภาพและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์และแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558-2565 อยู่ระหว่างการดำเนินงานตามแผนฯ สำหรับแผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่ง ระยะเร่งด่วน พ.ศ. 2559 นั้น ขณะนี้จัดทำและดำเนินการตามแผนการใช้จ่ายเงินโครงการด้านคมนาคมขนส่ง จำนวน 20 โครงการ

ในส่วนการดำเนินการด้านประชาคมอาเซียนและยุทธศาสตร์ด้านระบบขนส่งเพื่อรองรับ ASEAN Economic Community ตามนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งรัฐจะสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษและบริเวณใกล้เคียงให้มีคุณภาพมาตรฐานและสามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายหลักของประเทศ สร้างทางหลวงสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษในส่วนของยุทธศาสตร์ด้านระบบขนส่งเพื่อรองรับประชาคมอาเซียน ในการเป็นศูนย์กลางการขนส่งที่เชื่อมโยงการค้าและการบริการของอาเซียนที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อการขนส่งให้เพียงพอและมีประสิทธิภาพ และเตรียมพร้อมโครงข่ายการขนส่งหลักไว้ ได้แก่     การเชื่อมโยงด่านศุลกากร กับท่าเรือหลัก และท่าอากาศยาน ตามเป้าประสงค์ยุทธศาสตร์ฯ

สำหรับทิศทางการพัฒนาด้านคมนาคมขนส่งในอนาคตโดยสรุป คือ พัฒนาโครงการข่ายคมนาคมขนส่งให้มีความเชื่อมโยง มีประสิทธิภาพ ครอบคลุม    ทั่วถึง มีระดับการให้บริการที่ดี และเกิดความคล่องตัวโดยประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้ มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการให้บริการขนส่งอย่างไร้รอยต่อ ปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นแบบการขนส่งทางน้ำและทางราง รวมถึงส่งเสริมการใช้ยานพาหนะที่ประหยัดพลังงาน การใช้เทคโนโลยีสะอาดและพลังงานทดแทน รวมทั้งพัฒนาบุคลากรด้านคมนาคมขนส่ง เพื่อยกระดับการบริหารจัดการและการให้บริการ

นอกจากนี้ ภายในงานมีการจัดนิทรรศการที่น่าสนใจจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมจัดแสดงด้วย

ประเภทข่าว: 
ภาพในเนื้อหาข่าว: 

Share this post


URL แบบสั้นสำหรับ Share

สำนักงาน ก.พ.

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) องค์การกลางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลในราชการพลเรือน ภายใต้ระบบคุณธรรมทำหน้าที่ส่งเสริมการพัฒนาข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีคุณภาพชีวิตและการทำงานที่ดี และพัฒนาระบบการ บริหารกำลังคนในราชการ ให้เป็นกลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติอย่างมีประสิทธิภาพ